ดีใจกันสุดเหวี่ยง หงส์แแดงได้ไปต่อ หลัง กระหน่ำบุกเอาชนะนาโปลีไปได้ 1-0

ปีนขึ้นมาจนได้ หลังจากหวุดหวิดโอกาศไป 1 ครั้งจนต้องมาลุ้นกันในโอกาสสุดท้ายที่จะต้องชนะ นาโปลี แบบขาดลอยเท่านั้น  ลิเวอร์พูล จึงจะสามารถผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มรอบสุดท้ายกลุ่ม C ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้

นับเป็นงานหิน ที่ทำ เอาแฟนๆรวมถึงบรรดาสาวกพลพรรคเดอะคอป ต่างพากันวิตกกังวลกันไม่ใช่น้อย แต่ในที่สุดแล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็สามารถพาสโมสร เอา ชนะผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์สุดสวย 1 ประตูต่อ 0

ถึงแม้ว่าเกมนี้ทัพหงส์แดงจะยังใช้แผน 3 ประสาน  ฮาเหม็ด ซาลาห์ ,ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ มาเป็นตัว หน้าเป้า แต่ก็ยังขาด  โจ โกเมซ  หนึ่งในปราการหลังเหล็กตัวสำคัญที่มีบทบาทพิทักษ์แนวหลังมาอย่างยอดเยี่ยมโดยตลอด  ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บตรงบริเวณข้อเท้า นานกว่า 6 สัปดาห์ ซึ่งก็ได้ โฌแอล มาติป เข้ามาทำหน้าเซ็นเตอร์แบ็ก ประสานกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แทน

ซึ่งสถานการณ์ของนัดนี้ เปิดเกม ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่เหมือนกับไม่ต้องการรีรอช้า รีบเร่งรุกหน้าเต็มที่อย่างต่อเนื่อง หวังทำประตูขึ้นนำก่อน แต่ก็ไม่สามารถเจาะผ่าน ทะลุกองหลังของนาโปลีทำจังหวะสวยๆได้ซักเท่าไหร่นัก จนกระทั่งมาถึงนาทีที่ 34  เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายยาวทะลุแนว กองหลัง ไปถึงโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่รีบฉวยโอกาสวิ่งขึ้นหน้าเลี้ยงหลุด ยิงอัดมุมแคบลอดขาผ่านผู้รักษาประตู  บอลทะยาน ตรงเข้า หน้าต่างไปอย่างเฉียดฉิว ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำคะแนนขึ้นนำไปก่อน 1- 0

ถัดมาในครึ่งหลัง แม้จะได้ประตูขึ้นนำไป 1 ลูก แต่ทัพหงส์แดงก็ยังคงไม่วางใจ ยังคงรุกหนักอีกเช่นเคย และก็เป็น ซาดิโอ มาเน่ ที่ได้โอกาสยิงไปหลายลูกแบบเต็มเหนี่ยว แต่ความคมนั้นยังมีไม่มากพอที่จะพาลูกบอล เข้ากรอบตาข่าย ได้  จนมาถึงในช่วงทดเวลาการแข่งขันในนาทีที่ 90 + 2 ลิเวอร์พูลเกือบ ผิดพลาดถึงขั้นจะอดไปต่อ เมื่อนาโปลีได้โอกาสโต้กลับขึ้นหน้า จนบอลมาลอยถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ที่ยืนรออยู่หน้าประตู จ่ออัดยิงเน้นๆ แต่เดชะบุญ โกล มูลค่าระดับ 67 ล้านปอนด์อย่าง อลิสซอน  เบ็คเกอร์ เข้าเซฟไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด กลายเป็นจังหวะซุปเปอร์เซฟ ที่แฟนบอลพูดถึงกันมากที่สุดในเกมนี้  และจบ เกมลงไปด้วยสกอร์ลิเวอร์พูลเฉือนเอาชนะ นาโปลีไปได้ 1-0 ท่ามกลางความโล่งใจและเสียวสันหลังกันอย่างสุดๆ ของบรรดาแฟนบอลฝั่งหงส์แดง